About us
Ulthera Prilme
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
- Ulthera Prime คืออะไร? เทคโนโลยีรุ่นใหม่ หน้ายก กรอบชัด คุ้มทุกช็อต
- หลักการทำงานของ Ulthera Prime เป็นยังไง?
- Ulthera Prime ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
- ใครที่เหมาะกับการยกกระชับด้วย Ulthera Prime บ้าง?
- Ulthera Prime สามารถทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?
- วิธีการดูแลตัวเองก่อน-หลังทำ Ulthera Prime
- Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ulthera Prime
ทำความรู้จักกับ Ulthera Prime เครื่องยกกระชับใหม่ล่าสุด เห็นผลไว เจ็บน้อยลง
การยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้เต่งตึง อ่อนเยาว์ และเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คือ “Ulthera” ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้คลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงส่งลงลึกถึงชั้นผิว SMAS ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องพักฟื้น
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ Ulthera จะมีประสิทธิภาพสูง แต่หลายคนยังคงกังวลเรื่องความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ และระยะเวลาในการเห็นผล ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น จนกลายมาเป็น “Ulthera Prime” นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบให้ทั้ง “เห็นผลไวขึ้น” และ “สบายผิวมากขึ้น” ในขณะทำ
โดย Ulthera Prime มาพร้อมการปรับปรุงทั้งด้านความแม่นยำของการปล่อยพลังงาน การควบคุมระดับความลึก และระบบประมวลผลที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ส่งผลให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างละเอียด และตรงจุดมากกว่าเดิม อีกทั้งยังช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้า กรอบหน้า หรือบริเวณลำคอ โดยไม่ต้องเผชิญกับการผ่าตัดหรือระยะพักฟื้นที่ยาวนาน
ดังนั้น ในบทความนี้ทาง Charm Clinic จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Ulthera Prime ในทุกแง่มุมว่าทำไม ถึงตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม และทำให้ Ulthera Prime กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของการยกกระชับผิวในปัจจุบัน โดยจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ติดตามกันได้เลย!
1. Ulthera Prime คืออะไร? เทคโนโลยีรุ่นใหม่ หน้ายก กรอบชัด คุ้มทุกช็อต
Ulthera Prime คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Ulthera โดยใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจง (Microfocused Ultrasound) ยิงลงลึกสู่ชั้นผิวในระดับต่างๆ โดยเฉพาะชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า
จุดเด่นของ Ulthera Prime คือ การยกกระชับผิวจาก “ภายในสู่ภายนอก” โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้แม่นยำมากขึ้น เจ็บน้อยลง และเห็นผลได้ไวขึ้น จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวอย่างมีประสิทธิภาพ และจุดเด่นของ Ulthera Prime ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน มีดังนี้
- ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิวที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงการผ่าตัด แต่ไม่ต้องเจ็บตัว หรือพักฟื้น
- มีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบ Real-time Visualization แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวขณะทำจริง ช่วยให้ยิงพลังงานได้แม่นยำ ตรงจุด ลดความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์
- พลังงานสม่ำเสมอ คุ้มค่าในทุกช็อต ถูกออกแบบให้ปล่อยพลังงานได้เสถียรในแต่ละช็อต ทำให้ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอ และไม่สูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น
- ช่วยให้กรอบหน้าชัด หน้าเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ โดยไม่ต้องพึ่งการฉีด หรือศัลยกรรม
- เห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องจากการกระตุ้นคอลลาเจน หลังทำจะเริ่มเห็นความตึงขึ้นเล็กน้อย และจะเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 2–3 เดือน
- เจ็บน้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ความรู้สึกขณะทำสบายผิวมากขึ้น ลดความกังวลของผู้เข้ารับบริการ
- ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด หรือไม่ต้องการหยุดงานหลังทำ
- สามารถปรับแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้ แพทย์สามารถออกแบบจำนวนช็อต ระดับพลังงาน และตำแหน่งการยิงให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน
- ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว ไม่ใช่แค่ยกกระชับชั่วคราว แต่ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นจากภายใน
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง ไม่ตึงผิดปกติ ผิวจะค่อยๆ ยกขึ้นตามการสร้างคอลลาเจน ทำให้รูปหน้า และสภาพผิวจะค่อยๆ เปลี่ยนอย่างเป็นธรรมชาติ
- ทำได้หลากหลายบริเวณ ครอบคลุมปัญหาผิวหย่อนคล้อยในหลายจุด เช่น กรอบหน้า ใต้คาง และลำคอ
- เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพราะใช้เทคนิคการรักษาแบบ Ultherapy S.P.T มีการใช้อย่างแพร่หลายในคลินิกความงามทั่วโลก และมีความปลอดภัยมาตรฐานอเมริกา
- เลือกแบบการรักษาได้เอง เพราะ Ulthera Prime นั้นสามารถทำการรักษาได้ทั้งแบบครั้งเดียว หรือแบ่งทำได้หลายครั้งในหนึ่งปี สามารถยืดหยุ่นได้ตามไลฟ์สไตล์ และงบประมาณ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ร่วมด้วย
ด้วยจุดเด่นที่ครอบคลุมทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย Ulthera Prime จึงเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การยกกระชับผิวในยุคปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน ทั้งในแง่ผลลัพธ์และประสบการณ์ในการทำ และจากการผสานทั้งประสิทธิภาพ และความสบายในการทำ จึงทำให้ Ulthera Prime กลายเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว เห็นผลลัพธ์ชัดเจน คุ้มค่าในทุกช็อต โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด หรือใช้เวลาพักฟื้นนาน
2. หลักการทำงานของ Ulthera Prime เป็นยังไง?
หลักการทำงานของ Ulthera Prime ยังคงยึดตามพื้นฐานของเทคโนโลยี Ulthera โดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจง (Microfocused Ultrasound) ยิงพลังงานลงลึกสู่ชั้นผิวในระดับต่างๆ โดยเฉพาะชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
เมื่อพลังงานอัลตราซาวด์ถูกส่งลงไปถึงชั้นผิว จะเกิดเป็นจุดความร้อนขนาดเล็ก (Thermal Coagulation Points) ในระดับที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำ และจุดความร้อนเหล่านี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่ พร้อมทั้งทำให้โครงสร้างผิวเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับขึ้นทันทีในระดับหนึ่ง และค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ความพิเศษของ Ulthera Prime คือ การมีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ (Real-time Visualization) ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะทำจริง ทำให้สามารถเลือกความลึก และตำแหน่งในการยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการยิงพลังงานผิดชั้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
นอกจากนี้เครื่องยังสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณของใบหน้า เช่น บริเวณแก้มที่ต้องการยก หรือบริเวณใต้คางที่ต้องการกระชับ ส่งผลให้การรักษามีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น
ด้วยหลักการทำงานที่ลงลึก ตรงจุด และควบคุมได้อย่างแม่นยำ ทำให้ Ulthera Prime สามารถช่วยยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นหลังทำ
3. Ulthera Prime ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
สำหรับ Ulthera Prime เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ไม่ได้โฟกัสแค่การ “ยกหน้า” เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวในหลายมิติ ตั้งแต่ระดับโครงสร้างผิวชั้นลึกไปจนถึงผิวชั้นบน ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวค่อยๆ แน่นขึ้น แข็งแรงขึ้น และดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ Ulthera Prime สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ดังนี้
- ยกกระชับผิวหน้าโดยรวม ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นแก้มตก ผิวไม่เฟิร์ม หรือหน้าดูไม่กระชับ โดยพลังงานจะเข้าไปกระตุ้นให้โครงสร้างผิวหดตัว ส่งผลให้ผิวดูตึงขึ้นทันทีบางส่วน และดีขึ้นต่อเนื่องใน 2–3 เดือน
- ปรับกรอบหน้าให้คมชัด เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่ากรอบหน้าเริ่มไม่ชัด มีไขมันสะสม หรือผิวหย่อนบริเวณข้างแก้ม เพราะช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น หน้าเรียวขึ้น โดยไม่ต้องฉีด หรือผ่าตัด
- ยกแก้ม ลดแก้มตก ช่วยพยุงเนื้อแก้มที่เริ่มตกให้ยกขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าดูเด็กลง ลดความรู้สึกหน้าห้อย หรือหน้าล้า
- ลดเหนียง กระชับใต้คาง ช่วยให้บริเวณใต้คางดูแน่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อยที่ทำให้หน้าดูมีชั้น มีเหนียง หรือไม่เรียว
- ยกหางตาและคิ้ว ทำให้หางตาที่ย้อยดูยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดูเปิด สดใสขึ้น และช่วยลดลุคหน้าดูเหนื่อยล้าให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
- ลดริ้วรอยเล็กๆ และปรับผิวให้เรียบเนียน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ส่งผลให้ผิวดูเนียนขึ้น ริ้วรอยตื้นๆ ดูจางลง
- กระชับผิวลำคอ ลดความเหี่ยวย่น เหมาะกับผู้ที่มีผิวคอเริ่มย่น หรือไม่กระชับ ช่วยให้ผิวคอดูเรียบ และตึงขึ้น ทำให้ลุคโดยรวมดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
- ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน เพราะว่า Ulthera Prime สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นในระยะยาว ด้วยการฟื้นฟู และกระตุ้นโครงสร้างผิวจากภายใน
- ช่วยชะลอการเกิดความหย่อนคล้อยในอนาคต เมื่อคอลลาเจนถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผิวเสื่อมช้าลง ส่งผลให้โอกาสในการเกิดความหย่อนคล้อยในอนาคตน้อยลงด้วย
- ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เพราะว่าการทำ Ulther Prime นั้นผิวจะค่อยๆ ยก ทำให้ผลลพัพธ์ที่ได้มีความเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงแข็ง หรือเปลี่ยนรูปหน้าแบบผิดธรรมชาติ
4. ใครที่เหมาะกับการยกกระชับด้วย Ulthera Prime บ้าง?
Ulthera Prime ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์คนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนที่เริ่มมีปัญหาผิว หรือคนที่ต้องการดูแลผิวเชิงป้องกัน เพราะ Ulthera Prime ทำได้ในทุกคนที่อยากดูดี คงความดูดีไว้ ป้องกันการหย่อนคล้อยของผิว เพราะทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น Collagen ลดลงอยู่แล้ว และจุดเด่นของ Ulthera Prime คือ การยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด และสามารถปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้ และกลุ่มที่เหมาะกับการทำ Ulthera Prime มีดังนี้
- เหมาะกับทุกคนที่อยากดูดี ดูแลสุขภาพ เพราะการทำ Ulthera Prime ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ เหมือนการออกกำลังกาย ที่ดูมีความเป็นธรรมชาติ และเปล่งปลั่งมาจากภายใน
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะว่าเพิ่งมีปัญหาผิวไม่มากนัก สามารถเห็นผลได้ชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดดึงหน้า
- ผู้ที่ไม่ต้องการศัลยกรรม เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัด หรือไม่ต้องการความเสี่ยง และต้องมีระยะพักฟื้น
- ผู้ที่มีเวลาจำกัด เพราะว่าในการทำหัตถการนั้นใช้เวลาทำไม่นาน และสามารถกลับไปทำงาน หรือใช้ชีวิตได้ทันที
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนรูปหน้าชัดเจนแบบทันที แต่ต้องการให้ผิวดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
- กลุ่มอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วงอายุที่คอลลาเจนเริ่มลดลง เหมาะกับการฟื้นฟู และชะลอความเสื่อมในระยะยาว
- ผู้ที่เคยทำ Ulthera หรือหัตถการอื่นมาก่อน เพราะว่าสามารถทำซ้ำ หรืออัปเกรดเป็นรุ่นใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับได้ หรือจะทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ เพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาเฉพาะจุด เช่น เหนียง หรือแก้มตก เพราะสามารถออกแบบการยิงพลังงานเฉพาะจุดได้
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวในระยะยาว เพราะว่าการทำ Ulthera Prime เป็นประจำจะช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว และชะลอการเสื่อมของผิวได้ดี
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในภาพลักษณ์ เหมาะกับคนที่ต้องการให้ใบหน้าดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นโดยที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และยังคงความเป็นตัวเอง
5. Ulthera Prime สามารถทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?
ความสามารถของ Ulthera Prime ที่สามารถควบคุมระดับความลึกของพลังงานได้หลายชั้นผิว ทำให้สามารถออกแบบการรักษาให้ครอบคลุมหลายบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำคอ เหนียง ใต้ตา หน้าผาก ร่องแก้ม เนินอก แขน เอว ก้น และตำแหน่งอื่นๆ ทั้งร่างกายที่มีความกังวล โดยแต่ละตำแหน่งจะมีเทคนิค และเป้าหมายที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด และตำแหน่งที่สามารถทำ Ulthera Prime ได้ มีดังนี้
- ทั่วใบหน้า เน้นการยกกระชับภาพรวม ช่วยให้ผิวแน่นขึ้นทั้งหน้า ลดความหย่อนคล้อยแบบกระจาย
- กรอบหน้า ยิงพลังงานตามแนวกรอบหน้า เพื่อเพิ่มความคมชัด และยกกระชับบริเวณกรอบหน้า ทำให้หน้าเรียว และดูมีมิติมากขึ้น
- แก้ม ช่วยพยุงเนื้อแก้มที่ตก และเพิ่มความกระชับ ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง และมีรูปทรงที่สมดุลมากขึ้น
- ใต้คาง เหมาะกับผู้ที่มีเหนียง หรือผิวหย่อน ช่วยให้ใต้คางดูตึงขึ้น กระชับขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง และมีมิติมากขึ้น
- ลำคอ ช่วยลดความเหี่ยวย่น และริ้วรอยแนวนอนบริเวณลำคอ ช่วยให้ผิวคอดูเรียบขึ้น เต่งตึง และมีความกระชับมากขึ้น
- รอบดวงตา ช่วยยกหางตา ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา และลดความหย่อนคล้อย ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น และริ้วรอยแลดูจางลง
- หน้าผาก ช่วยยกได้ดีมาก เพื่อเป็นการไม่ต้องผ่าตัด ก่อนวัยอันควร และยังเป็นการป้องกันหนังตาตกในอนาคตได้อีกด้วย ทำให้หน้าดูเปิด ลดความหนักของเปลือกตา อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผากให้ดูตื้น และจางลงได้
- ร่องแก้ม ถึงแม้จะไม่ใช่การเติมเต็มแบบฟิลเลอร์ หรืองานฉีด แต่ว่าการใช้ Ulthera Prime บริเวณแก้มนั้นจะช่วยให้ผิวบริเวณนี้กระชับขึ้น และร่องดูตื้นลง ทำให้ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
- มุมปาก ช่วยลดความหย่อน และยกกระชับ ทำให้มุมปากยกขึ้น ช่วยลดปัญหาหน้าดูเศร้า หรือดูมีอายุได้
- บริเวณอื่นๆ ทั่วร่างกาย เพราะ Ulthera Prime สามารถแก้ปัญหาผิวได้หลากหลายบริเวณที่มีความกังวล เช่น เนินอก แขน เอว หรือก้น ก็สามารถทำได้ เพื่อช่วยยกกระชับผิวให้มีความกระชับ และเต่งตึงมากขึ้น และเป็นอีกบริเวณที่กำลังนิยมทำกันในปัจจุบันเป็นอย่างมาก
ด้วยความยืดหยุ่นในการเลือกตำแหน่ง และปรับพลังงาน Ulthera Prime จึงสามารถออกแบบการรักษาแบบ “เฉพาะบุคคล” ได้อย่างแท้จริง ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสอดคล้องกับโครงหน้า ปัญหาผิว และความต้องการของแต่ละคนได้ดีที่สุด
6. วิธีการดูแลตัวเองก่อน-หลังทำ Ulthera Prime
การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องทั้ง “ก่อน” และ “หลัง” ทำ Ulthera Prime ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจน ผิวฟื้นตัวไว และลดโอกาสเกิดอาการระคายเคือง ถึงแม้เทคโนโลยีนี้จะไม่ต้องพักฟื้นเหมือนการผ่าตัด แต่ผิวของเรายังคงมีการตอบสนองต่อพลังงานอัลตราซาวด์ในระดับลึก ดังนั้น การเตรียมผิวให้พร้อม และดูแลหลังทำอย่างเหมาะสม จึงช่วยเสริมประสิทธิภาพของการยกกระชับ และกระตุ้นคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น โดยวิธีการดูแลตัวเองก่อน-หลังทำ Ulthera Prime แบบง่ายๆ มีดังนี้
6.1 วิธีการดูแลตัวเอง “ก่อนทำ” Ulthera Prime
- หลีกเลี่ยงหัตถการที่ทำให้ผิวบาง หรือระคายเคือง เช่น เลเซอร์ผิวใส การผลัดเซลล์ผิวแรงๆ หรือทรีตเมนต์ที่มีการลอกผิว ควรเว้นอย่างน้อย 5–7 วัน เพื่อให้ผิวกลับมาแข็งแรงเต็มที่ก่อนรับพลังงาน
- งดใช้สกินแคร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว เช่น Retinol, AHA, BHA หรือผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์กระตุ้นผิว ควรหยุดใช้ 2–3 วันก่อนทำ เพื่อลดความไวต่อการระคายเคือง
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ เพราะผิวที่มีความชุ่มชื้นจะตอบสนองต่อพลังงานได้ดีกว่า ลดโอกาสแห้งตึงหลังทำ และช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะสภาพร่างกายมีผลต่อการซ่อมแซมผิวโดยตรง การนอนหลับดีจะช่วยให้คอลลาเจนฟื้นตัวได้มีประสิทธิภาพ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มให้ได้อย่างน้อย 1.5–2 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยให้ผิวอิ่มน้ำแ ละลดโอกาสการระคายเคืองหลังทำ
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดก่อนทำ เพราะผิวที่โดนแดดเผา หรือระคายเคืองจาก UV จะมีความไวสูง อาจทำให้รู้สึกไม่สบายผิวมากขึ้นขณะทำ
- งดแอลกอฮอล์ และบุหรี่ก่อนทำ 24 ชั่วโมง เพราะว่าการดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่มีผลต่อระบบไหลเวียนเลือด และการฟื้นฟูผิว
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติสุขภาพอย่างละเอียด รวมถึงยาที่ใช้อยู่ เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ยาแก้อักเสบ หรือการทำหัตถการก่อนหน้า เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสม
- ทำความสะอาดผิวก่อนเข้ารับบริการ ควรมาในสภาพผิวสะอาด ลดการแต่งหน้า เพื่อให้แพทย์ประเมินผิวได้ชัดเจน
6.2 วิธีการดูแลตัวเอง “หลังทำ” Ulthera Prime
- สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แต่ควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือกดแรง ๆ บริเวณที่ทำในช่วง 2–3 วันแรก
- อาจมีอาการตึง เจ็บลึก หรือระบมเล็กน้อย เป็นอาการปกติที่เกิดจากการกระตุ้นชั้นผิวลึก มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน
- เน้นการบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ช่วยลดความแห้งตึง และสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิว
- ทาครีมกันแดดอย่างเคร่งครัด โดยทาครีมกันแดดที่มี SPF 30–50+ และหลีกเลี่ยงแดดจัดอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เพื่อปกป้องคอลลาเจนที่กำลังก่อตัว
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูง และกิจกรรมที่กระตุ้นผิว เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรืออาบน้ำร้อนจัดในช่วง 2–3 วันแรก
- งดหัตถการอื่นชั่วคราว เช่น เลเซอร์ โบท็อกซ์ หรือทรีตเมนต์แรงๆ ควรรอประมาณ 1–2 สัปดาห์ หรือจนกว่าผิวจะกลับสู่สภาพปกติ
- ดื่มน้ำ และทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยสร้างคอลลาเจน เช่น โปรตีน วิตามินซี เพื่อช่วยเสริมผลลัพธ์จากภายใน
- สังเกตอาการผิดปกติ หากมีอาการบวมแดงมาก เจ็บผิดปกติ หรือมีผื่น ควรรีบปรึกษาแพทย์
- ดูแลผิวอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ด้วยการทากันแดด บำรุงผิว และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว จะช่วยยืดอายุผลลัพธ์ให้นานขึ้น
7. Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ulthera Prime
ก่อนตัดสินใจทำ Ulthera Prime หลายๆ คนมักมีคำถามเกี่ยวกับผลลัพธ์ ความรู้สึกขณะทำ ไปจนถึงความปลอดภัย และความคุ้มค่า ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการเข้าใจข้อมูลอย่างถูกต้องจะช่วยให้วางแผนการดูแลผิวได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น
ถึงแม้ Ulthera Prime จะเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาให้ “เจ็บน้อยลง เห็นผลไวขึ้น” แต่รายละเอียดในแต่ละเคสก็ยังมีความแตกต่างกัน ทั้งสภาพผิว อายุ ระดับความหย่อนคล้อย รวมถึงไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ดังนั้น การรู้คำตอบของคำถามที่พบบ่อยจะช่วยลดความกังวล และทำให้เตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม
ดังนั้น ในหัวข้อนี้ทาง Charm Clinic ได้ทำการรวบรวมคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัย เพื่อให้ทุกคนได้คลายความกังวล และเพิ่มความมั่นใจมากขึ้นก่อนตัดสินใจทำ ซึ่งคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ulthera Prime มีดังนี้
7.1 Ulthera Prime เจ็บไหม และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
Ulthera Prime ถูกพัฒนาให้ “เจ็บน้อยลง” เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน แต่ยังคงมีความรู้สึกขณะทำอยู่บ้าง โดยลักษณะความรู้สึกจะเป็นเหมือนความอุ่นลึกๆ หรือจี๊ดเล็กน้อยใต้ผิว ซึ่งเกิดจากพลังงานอัลตราซาวด์ที่ลงไปกระตุ้นชั้นผิวลึก โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบาง เช่น กรอบหน้า หรือใต้คาง โดยระดับความเจ็บจะแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับความไวของผิว และระดับพลังงานที่ใช้ ซึ่งแพทย์สามารถปรับให้เหมาะสมได้ รวมถึงอาจมีการใช้ยาชาเพื่อลดความไม่สบายระหว่างทำ
และในส่วนของผลข้างเคียง อาจพบอาการเล็กน้อย เช่น ผิวแดงหลังทำ รู้สึกตึง หรือระบมใต้ผิว หรือมีอาการบวมเล็กน้อยในบางจุด ซึ่งอาการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ และมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–3 วัน เนื่องจากเป็นการตอบสนองของผิวต่อพลังงาน ไม่ใช่การบาดเจ็บรุนแรง
ดังนั้น การทำหัตถการยกกระชับอย่าง Ulthera Prime ถือว่ามีความปลอดภัยสูง หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน
7.2 Ulthera Prime ต้องทำกี่ช็อต และทำกี่วันถึงจะเห็นผล?
จำนวนช็อตของ Ulthera Prime จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดของใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ โดยทั่วไปจะอยู่ประมาณที่ 300 – 1200 ช็อต ขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้า อายุ และตำแหน่งที่กังวล เช่น แก้ม จำนวนช็อตแนะนำอยู่ที่ 300 ช็อต, หน้า คอ หรือเหนียงอยู่ที่ประมาณ 1200 ช็อต และเนินอก 300 – 500 ช็อต เป็นต้น
โดยเหตุผลที่จำนวนช็อตไม่เท่ากัน เพราะแต่ละคนมีโครงหน้า และปัญหาผิวแตกต่างกัน เช่น คนที่มีผิวหย่อนมากอาจต้องใช้พลังงานมากขึ้น หรือคนที่เน้นเฉพาะจุด เช่น กรอบหน้า อาจใช้ช็อตน้อยกว่า
และในเรื่องของผลลัพธ์ หลังทำอาจเริ่มเห็นความตึงขึ้นเล็กน้อยทันทีประมาณ 20–30% จากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม แต่ผลลัพธ์ชัดเจนที่ 2 เดือนขึ้นไป เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ และจะเห็นผลชัดเจนเต็มที่ประมาณ 3–6 เดือน โดยผิวจะดูยกขึ้น แน่นขึ้น และมีความกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ
7.3 Ulthera Prime ของแท้ต้องตรวจสอบยังไงบ้าง?
การตรวจสอบว่า Ulthera Prime เป็นของแท้หรือไม่ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ได้ โดยวิธีตรวจสอบเครื่อง Ulthera Prime ของแท้นั้นสามารถทำได้ ดังนี้
- ตรวจสอบรายชื่อคลินิกบนเว็บไซต์ทางการ สามารถเช็กรายชื่อคลินิกได้ที่เว็บไซต์ของ Merz Aesthetics (www.merzaesthetics.co.th) เพื่อดูว่าคลินิกนั้นเป็นพาร์ทเนอร์ที่ได้รับการรับรองหรือไม่
- หน้าจอเครื่องแสดงผลชั้นผิวแบบ Real-time เพราะว่าเครื่องแท้จะมีระบบ Visualization ที่สามารถสแกน และแสดงชั้นผิวขณะทำได้จริง
- มีโล่เพชร Authenticity เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
- มี Certificate of Authenticity ใบประกาศต้องระบุชื่อคลินิกชัดเจน และ Serial Number ต้องตรงกับตัวเครื่อง
- มีสติกเกอร์ Certificate ติดหน้าคลินิก เครื่อง Ulthera Prime แท้จะมีสติกเกอร์ติดอยู่บริเวณกระจกด้านหน้า เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบได้
- มีหมุด Ultherapy Prime หน้าคลินิก เป็นอีกหนึ่งจุดสังเกตที่ช่วยยืนยันตัวตนของคลินิกที่ได้รับการรับรอง
- มีสติกเกอร์ Merz Check สีทองที่ตัวเครื่อง สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบข้อมูล และจะแสดงชื่อคลินิกที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง
ดังนั้น ก่อนเข้ารับบริการ Ulthera Prime ควรตรวจสอบรายชื่อคลินิกบนเว็บไซต์ควบคู่กันทุกครั้ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนเข้ารับบริการ และเครื่อง Ulthera Prime ของแท้จะต้องนำเข้าโดย Merz Aesthetics Thailand เท่านั้น
7.4 Ulthera Prime ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และต้องซ้ำทุกๆ กี่เดือน?
ผลลัพธ์ของ Ulthera Prime โดยทั่วไปสามารถอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน หรือบางรายอาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลผิวหลังทำ เช่น ทาครีมกันแดด บำรุงผิว และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว จะช่วยยืดอายุผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยสาเหตุที่ผลลัพธ์ไม่ถาวร เพราะร่างกายยังคงมีการเสื่อมของคอลลาเจนตามธรรมชาติ ดังนั้น ถึงแม้จะกระตุ้นคอลลาเจนใหม่แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผิวก็ยังค่อยๆ กลับมาหย่อนคล้อยได้
โดยทั่วไป แนะนำให้ทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ให้ต่อเนื่อง แต่ในบางเคส เช่น ผู้ที่มีผิวหย่อนมาก หรืออยากคงความกระชับในระดับสูง อาจพิจารณาทำทุก 6–9 เดือน
7.5 เลือกทำ Ulthera Prime ที่ไหนดี?
สำหรับการเลือกสถานที่ทำ Ulthera Prime เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลโดยตรงต่อทั้ง “ความปลอดภัย” และ “ผลลัพธ์” ที่จะได้รับ และสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจทำ Ulthera Prime มีดังนี้
- มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทำ ควรเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการยกกระชับโดยเฉพาะ เพื่อประเมินชั้นผิว และวางแผนการยิงพลังงานได้แม่นยำ
- ใช้เครื่องแท้ได้มาตรฐาน ต้องเป็นเครื่องของแท้เท่านั้น มีมาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน มีระบบแสดงภาพชั้นผิว และอุปกรณ์ครบถ้วน
- มีการประเมินก่อนทำอย่างละเอียด เข้ารับการวิเคราะห์โครงหน้า ปัญหาผิว และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- มีรีวิว หรือผลงานที่น่าเชื่อถือ ช่วยให้เห็นผลลัพธ์จริงจากผู้ใช้บริการ และควรตรวจสอบด้วยว่ารีวิวต่างๆ เป็นของจริงหรือไม่ เพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำหัตถการ
- ให้คำแนะนำหลังทำอย่างครบถ้วน มีการแนะนำวิธีดูแลผิวอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ก่อนทำไปจนถึงหลังทำ และพร้อมติดตามผลลัพธ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว
- ผ่านการ Training จากบริษัทโดยตรง ควรเลือกคลินิกที่แพทย์ได้รับการอบรมจากบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีโดยตรง เพื่อให้เข้าใจหลักการทำงานของเครื่องอย่างถูกต้อง สามารถวิเคราะห์ชั้นผิว เลือกระดับพลังงาน และเทคนิคการยิงได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยง และช่วยให้ผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด
- ใช้โปรแกรมใหม่ Ulthera Max การเลือกใช้โปรแกรม Ulthera Max โดยใช้เครื่องใหม่ คือ Ulthera Prime ซึ่งเป็นโปรโตคอลการรักษารูปแบบใหม่ จะช่วยให้การวางแผนการยิงพลังงานมีความละเอียด และเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยสามารถปรับจำนวนไลน์ และตำแหน่งการยิงให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละคน ส่งผลให้ผิวยกกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลชัดเจน และตอบโจทย์ผลลัพธ์ในระดับที่ดียิ่งขึ้น
ดังนั้น สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคลินิกที่ตอบโจทย์ในทุกด้าน Charm Clinic ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด ด้วยการให้บริการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ และชำนาญด้านการยกกระชับ เครื่องมือทันสมัย ของแท้ 100% ใช้เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน พร้อมดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการประเมิน วางแผน ไปจนถึงการติดตามผลหลังทำอย่างใกล้ชิด อีกทั้งมีประสบการณ์ได้รับการ Training จากบริษัทโดยตรง มีใบ Certificate ผ่านหลักสูตร Advance พร้อมใช้โปรแกรมใหม่ Ulthera Max โดยใช้เครื่องใหม่ คือ Ulthera Prime ช่วยให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจได้ทั้งในเรื่องความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างแท้จริง




